ที่ปรึกษา iso14000      

Control Chart (แผนภูมิควบคุม)

 
  กลับหน้าระบบบริหาร          
 

          แผนภูมิควบคุมจัดเป็นเครื่องมือชิ้นหนึ่งใน Seven QC Tools ที่เวลาแสดงเครื่องมือทั้งเจ็ดทีไร แผนภูมิควบคุมจะถูกวางอยู่เป็นตัวที่ 6 บ่อยๆ จึงทำ
ให้เกิดความรู้สึกว่ามันอาจจะถูกใช้เป้นลำดับที่ 6 ต่อจากฮีสโตแกรม ความจริงไม่ใช่หรอกครับ สถานะของแผนภูมิควบคุมนั้นถ้าแยกใช้อิสระก็ไม่ต้องไปดู
อะไรมากมันมีไว้สำหรับวิเคราะห์กระบวนการเหมือนกับ Process Capability นั้นแหละ แต่ตัวนี้ทำงานได้ดีกว่า แต่มันยากกว่าครับ ที่ว่ามันดีกว่าเพราะมัน
สามารถบอกได้ว่ากระบวนการของคุณอยู่ในความควบคุม และมีความสามารถหรือไม่ คือมันบอกได้ทีเดียว 2 ตัวเลย ขณะที่ Process Capability บอกได้แค่controldog
ว่ากระบวนการมีความสามารถหรือไม่เท่านั้น แถมจะบอกได้ก็ต่อเมื่อกระบวนการต้องอยู่ในความควบคุมก่อนแล้วด้วย

     แผนภูมิควบคุมจึงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางสถิติอีกตัวหนึ่งในการควบคุมความผันแปรกระบวนการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการ
อยู่ในความควบคุม และสามารถดำเนินซ้ำๆกันไปได้โดยให้ผลเป็นไปตามที่ต้องการ คำว่าสามารถดำเนินซ้ำๆกันไปได้คือ
กระบวนการมีความสามารถนั่นเอง

          การทำงานของ Control Chart แตกต่างจาก Process Capability การใช้งานแผนภูมิควบคุมนั้นต้องผ่านการคำรวณ นำไป plot กราฟ แล้วถึงจะเอา รูปกราฟไปเทียบกับมาตรฐาน มาตรฐานบอกว่ากราฟแบบนี้แสดงว่ากระบวนการเป็นอย่างไรก็ว่า ไปตาม
นั้น ดูๆไปก็เหมือนหมอดูแม่นๆ ที่ถามวันเดือนปีเกิดแล้วไปเขียนลัคนา ดาวแต่ละดวงอยู่ราศีใหนก็ทำนายไปตามทฤษฎีที่มีกำหนดไว
้ แต่หมอดูเขาคงจำทฤษฎีได้ก็เลยพูดออกมาเป็นฉากๆ เปิดโอกาสให้มั่วได้เต็มที่ แต่ถ้ากางตำรามันมั่วไม่ได้ และถ้าตำราดีก็คงแม่น
สัก 70-80% สำหรับ Control Chart ก็เหมือนกัน จะกางตำรา หรือจำได้ก็พูดออกมาได้เลยครับ

          Control Chart พื้นฐานมี 2 รูปแบบ

1 Variable Control Chart ใช้สำหรับค่าที่วัดได้ ที่อาจเป็นขนาด เวลา มิติ น้ำหนัก อุณหภูมิ ความแข็ง ความต้านทาน เป็นต้น ตัวแสดงผลเป็นรุปกราฟ 2
รูปคือ

control01

2 Attribute Control Chart ใช้กับข้อมูลประเภทนับ เช่นจำนวนข้อผิดพลาด ของเสีย ข้อบกพร่อง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 2 ประเภทกราฟ คือ
2.1 p และ np Charts ทั้งสองชาร์ตเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์บกพร่อง (defectives)
2.2 c และ u Control Charts ทั้งสองชาร์ตใช้ในการพิจารณาข้อบกพร่อง (defects)

          คงต้องเข้าใจความหมายของ defect กับ defective สักหน่อย
          Defect แปลเป็นไทยว่า “ข้อบกพร่อง” เมื่อเราหยิบผลิตภัณฑ์มาตัวหนึ่ง แล้วมาพิจารณาดู หรือนำมาทดสอบ อาจพบข้อบกพร่องบนผลิตภัณฑ์นั้น
เช่น มีรอยข่วน สีแตก เป็นต้น รายการเหล่านี้เรียกว่า defects ตามปกติในผลิตภัณฑ์ตัวนั้นก็ต้องมีการตั้งเกณฑ์ว่า มีข้อบกพร่องกี่รายการ ผลิตภัณฑ์นั้นจึง
จะถือว่าใช้ไม่ได้ และกลายเป็นผลิตภัณฑ์บกพร่อง หรือ defective ไป

- c Control Charts ใช้กับจำนวนข้อบกพร่องต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ หรือจำนวนผลิตภัณฑ์ที่คงที่
- u Control Charts ใช้พิจารณาข้อบกพร่องเฉลี่ยต่อ 1 ผลิตภัณฑ์ หรือ มากกว่า

          ขั้นตอนหลักๆที่ต้องทำสำหรับ Variable Control Chart คือ
1 เก็บข้อมูลประมาณ 100 ตัว  โดยแบ่งเป็นกลุ่มๆ  กลุ่มละ 20-25 ตัว  ในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน
2 นำข้อมูลที่ได้มาสร้างเส้นตรง 3 เส้น คือ
UCL (Upper Control Limit)
LCL (Lower Control Limit) และ
CL (Central Line)

หน้าตาตามรูปที่ 1

รูปที่ 1

control02

ในแผนภูมิ X
- ค่า CL ได้จากค่าเฉลี่ยของข้อมูลแต่ละกลุ่ม แล้วนำมาเฉลี่ยซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
- ค่า UCL คำนวณได้จากสูตร

control03

- ค่า LCL คำนวณได้จากสูตร

control04

ในแผนภูมิ R
- ค่า CL ได้จากค่าเฉลี่ยของพิสัยทั้งหมด
- ค่า UCL คำนวณได้จากสูตร

control5

- ค่า LCL ไม่ต้องคำนวณเพราะติดลบเสมอ

3 นำค่าเฉี่ยแต่ละกลุ่มมา plot กราฟ รูปราฟที่ได้อาจเป็นดังนี้

รูปที่ 2 แผนภูมิ X

control6

รูปที่ 3 แผนภูมิ R

control7

4 นำกราฟที่สร้างได้ไปเทียบกับรูปแบบมาตรฐาน ที่มีผลบอกไว้แล้ว เช่นหากกราฟออกมาเป็นแบบรูปที่ 4 แสดงว่ากระบวนการไม่อยู่ในความควบคุม เป็น
ต้น เพราะมีจุดออกมานอก UCL

 

          เมื่อได้กราฟออกมาแล้ว และไปเทียบกับรูปทรงมาตรฐานแล้ว ก็จะรู้ว่ากระบวนการของเรา อยู่ในความควบคุมหรือไม่ ในรูปทรงมาตรฐานยังบอกอีก
ว่า สาเหตุที่ไม่อยู่ในความควบคุมสำหรับรูปกราฟแบบนั้นน่าจะมาจากสาเหตุอะไร เพื่อให้เราไปสร้างผังก้างปลาได้ง่ายเข้า

          ต่อไปก็มาดูว่ากระบวนการมีความสามารถหรือไม่ ตรงนี้ต้องใช้สูตร

control9

กระบวนการจะมีความสามารถเมื่อ อัตราส่วนความสามารถน้อยกว่า 1 ครับ
เท่านี้ก็พอจะรู้อะไรเป็นอะไรแล้ว

สำหรับ Attribute Control Chart ก็ทำแบบเดียวกัน แต่สูตรจะต่างกันไปบ้าง การดูผลก็ทำแบบเดียวกันครับ


 
  qms11 ขึ้นข้างบน                        
                             
ขอขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์. พ.ศ. 2537